photo bombam

นักร้องแห่งเกาหลี

10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในประเทศไทย

วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีลดความอ้วนโดยกินมื้อเช้า



อาหารเช้า เป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน นอกจากทำให้ร่างกายและสมองสดชื่น แจ่มใส ไม่ติดๆ ดับๆ ระหว่างวันแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว และช่วยลดความอ้วนด้วย เนื่องจากช่วงเช้าร่างกายดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ได้ดี และร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากอาหารเช้าจึงต้องเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าต่างๆ ดังนี้

- ธัญพืชไม่ขัดขาว ได้แก่ ข้าวกล้อง ถั่วต่างๆ ลูกเดือย ซึ่งจะให้คาร์โบไฮเดรตทำให้การดูดซึมน้ำตาลเป็นไปอย่างช้าๆ

- โปรตีนชั้นดีและอาหารประเภทใขมันต่า เช่น เนื้อปลา เห็ด ถั่วต่างๆ เต้าหู้

- ผักและผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น แอ๊ปเปิ้ลเขียว สัม แตงโม กล้วย หรือให้ละเอียด เมื่อ ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมน้ำตาล ตับอ่อนจะทำงานน้อยลง ไม่ต้องหลั่งอินซูลินออกมาในปริมาณ มากๆ บ่อยๆ ทำให้ได้รับความสดชื่นตลอดทั้งวัน ไม่หิวบ่อย ไม่อยากอาหาร หรือดื่ม เครื่องดื่มรสหวาน หลังจากเปลี่ยนมารับประทานมื้อเช้าน่าจะพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ดี เช่น ได้รับ แรงผลักดันที่ดี ช่วยให้เรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปตลอดทั้งวันและทุกวัน นอกจากนี้มื้อเช้ายังช่วยต้านโรคและอาการต่างๆได้ด้วย

- ลดอัตราเสี่ยงต่ออาการของโรคหัวใจ การรับประทานอาหารมื้อเช้าช่วยลดอัตราเสี่ยง การก่อตัวของลิ่มเลือด ทั้งยังทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง จึงช่วยไม่ให้เกิดอาการหัวใจ วายและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองแตกหรืออุดตัน

- ช่วย ลดความอ้วน มือเข้าช่วยในเรื่องการเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอล มีงานวิจัย ชี้ให้เห็นว่า การกินมื้อเช้าในสัดส่วนที่มากขึ้นอาจช่วยเรื่องการลดน้ำหนัก และสำหรับผู้ที่กิน อาหารเช้าเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณอาหารทั้งวัน มีแนวโน้มว่าจะมีสัดส่วนรูปร่างที่ ดีกว่าผู้ที่รับประทานหนักในมื้ออื่นๆ

- ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นนิ้วในถุงน้ำดี เนื่องจากการทิ้งช่วงเวลาระหว่างมื้ออาหารเกิน 14 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น เป็นโอกาสให้คอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีจับตัวกันเป็นก้อนนิ่ว อาหารเช้าจึงเป็นตัวช่วยลดความยาวนาน ระหว่างมื้ออาหารเย็นของวันก่อน กับอาหารเช้า ของวันใหม่ไม่ให้นานเกินไป โดยอาหารเช้าจะเข้าไปกระตุ้นให้ตับปล่อยน้ำดีออกมา ละลาย คอเลสเตอรอลที่อยู่ในถุงน้ำดีให้เจือจาง จนไม่ทันที่จะจับตัวกันเป็นก้อนนิ่ว

- ช่วยให้มีสมาธิ สามารถทำงานให้ประสบผลสาเร็จได้ดีขึ้น


อาหารมื้อเช้ามีประโยชน์ชนาดนี้ นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้วยังช่วยใน เรื่องอื่นๆได้ด้วย มารับประทานอาหารเช้ากันนะ

กินเบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง



"เบต้าแคโรทีน" (Beta-carotene) เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ(โปรวิตามินเอ) มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(แอนตี้ออกซิเดนท์) ด้วย



จากการศึกษาเรื่องการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ “เบต้าแคโรทีน” เพื่อป้องกันโรคมะเร็งปอด ซึ่งผลการศึกษาพบว่า การให้ตำรวจจราจรในหลายประเทศทานอาหารเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ แทนที่จะเป็น “การลด” โอกาศการเกิดมะเร็งปอด กลับกลายเป็น “การเพิ่ม” อัตราการเกิดมะเร็งปอดให้มากขึ้น!!!




สารเบต้าแคโรทีน คือ สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) ที่เมื่อร่างกายได้รับมากกว่าความต้องการ จะหันไปทำหน้าที่ในทางตรงกับข้าม โดยกลายตัวเป็น “Pro-Oxidant” ซึ่งเป็นสารที่ส่งเสริม “การเกิด” อนุมูลอิสระ ด้วยเหตุผลเชิงชีวะเคมี







การบริโภคเบต้าแคโรทีนในรูปแบบของอาหารเสริมที่มากเกินไป อาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ขณะที่การรับประทานอาหาร เช่น มะละกอสุก ฟักทอง ตำลึง โอกาสที่ร่างกายจะได้รับสารนี้มากเกินไปจะเป็นไปได้ยาก เพราะเราจะอิ่มก่อนได้รับปริมาณมากเกินไป โดยมีกระเพาะเป็นผู้กำหนด

ผมมีปัญหา


ใครๆ ก็อยากมีเส้นผมนุ่มสลวยเงางามดูมีสุขภาพดี เพราะเส้นผมเป็นตัวเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในตัวเอง

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องเส้นผม ให้ลองกินอาหารต่อไปนี้ แล้วผมจะหมดปัญหา

- ผมมีรังแค อาจเกิดจากการขาดธาตุสังกะสี ควรกินหอยนางรม เนื้อแดง เมล็ดฟักทอง ถั่วเมล็ดแห้ง ปลากระพง ปลาสำลี ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก ปลาซาร์ดีน

- ผมร่วง เพราะขาดวิตามินเอ ควรกิน ข้าวกล้อง ปลาที่มีไขมันมาก ถั่ว ไข่ นม โยเกิร์ต

- ผมกระด้าง เพราะขาดวิตามินบี ควรกิน ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม

- ผมเปราะแตกหักง่าย เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก ควรกิน งา ปลาทูน่า เนื้อวัว ตับ

- ผมเสียมาก เพราะขาดธาตุสังกะสีและทองแดง ควรกิน ตับวัว หอยนางรม ปลาซาร์ดีน เห็ด ถั่วลิสง ลูกพรุน ปู กุ้งมังกร จมูกข้าวสารี เนื้อซี่โครงหมู ปลาซาร์ดีน

เพียงเท่านี้ผมก็จะหมดปัญหา

สมุนไพรช่วยลดความดัน


ทราบหรือไม่ว่า สมุนไพรพื้นบ้านก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ วันนี้มีมาบอก...
- กระเทียม ซอยกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา กินพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้งหรือจะใช้วิธีเคี้ยวกระเทียมสด ๆ ก็ได้ อย่ากินตอนท้องว่าง เพราะฤทธิ์ร้อนของกระเทียมจะทำให้แสบกระเพาะได้
- ขึ้นฉ่าย เลือกต้นสดมาตำ คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือใช้ต้นสด 1-2 กำมือ ตำให้ละเอียดต้มกับน้ำ แล้วกรองเอากากออก ใช้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร หรือกินเป็นผักสดผสมในอาหารก็ได้
- กาฝากมะม่วง ใช้กาฝากของต้นมะม่วง นำมาตากแห้งต้มน้ำดื่มต่างน้ำชาหรือตากแห้งคั่วแล้วชงดื่ม ในบางท้องถิ่นให้ใช้กาฝากสดนำใบและกิ่ง 1 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม
- กระเจี๊ยบแดง ใช้กลีบเลี้ยงแห้ง ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกินเป็นชากระเจี๊ยบ ช่วยลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอลได้ แก้นิ่ว และลดไข้
- บัวบก ในตำรายาไทยทั่วไปใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน แต่มีตำรายาพื้นบ้านที่นำมาใช้ลดความดันโลหิตสูง โดยใช้ต้นสด 1 หรือ 2 กำมือ ต้มกับน้ำ แล้วนำมาดื่ม ยังมีสมุนไพรอื่น ๆ ที่ใช้ปรุงอาหารเป็นประจำและมีสรรพคุณช่วยลดความดันได้ เช่น ขิง ขี้เหล็ก ผักชี ผักชีฝรั่ง มะขาม แมงลัก เป็นต้น
รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากให้ความดันโลหิตสูงลดลง ลองหาสมุนไพรที่แนะนำมาทานกันได้.

ผิวสวย หน้าใส ด้วยมะพร้าว



ทราบหรือไม่ว่า มะพร้าวก็สามารถทำให้ผิวสวย หน้าใส ได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...
- อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด
น้ำมะพร้าวถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ (Natural Mineral Drink) เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ และวิตามินบี แถมยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีอีกด้วย
- ชะลออาการอัลไซเมอร์
การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของ ดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง นอกจากนี้ การดื่ม น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วย
- ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย (คล้ายๆ กับการดีท็อกซ์) จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

- สปอร์ตดริ๊งค์จากธรรมชาติ
เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้ จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ (Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าอยากมีผิวสวย หน้าใส ก็ดื่มน้ำมะพร้าวกันดูได้.

คุณประโยชน์ของผักแต่ละชนิด



1 สะเดา (Neem tree)
มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ
2 ผักกาดขาว (Chinese white cabbage)
ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์
3ต้นหอม (Shallot)
มีน้ำมันหอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง
4 แครอท (Carrot)
เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง มีแคลเซียม แพคเตท ลดระดับ คลอเลสเตอรอลได้
5 หอมหัวใหญ่ (Onion)
มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
6คะน้า (Chinese kale)
มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง
7พริก (Chilli)
มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับเหงื่อ
8กระเจี๊ยบเขียว (Okra)
ลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ
9ผักกระเฉด(Water mimosa)
ดับพิษไข้ กากใยช่วยระบบขับของเสีย เพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร
10ตำลึง (Ivy gourd)
มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
11มะระ (Chinese bitter cucumber)
มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อน ๆ น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด
12ผักบุ้ง (Water spinach)
บรรเทาอาการร้อนใน มีวิตามินเอบำรุงสายตา ธาตุเหล็กบำรุงเลือด
13ขึ้นฉ่าย (Celery)
กลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร มีวิตามินเอ บี และซี บำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
14เห็ด (Mushroom)
แคลอรีน้อย ไขมันต่ำ มีวิตามินดีสูง ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เสริมกระดูกและฟัน
15บัวบก (Indian pennywort)

มีวิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ
16สะระแหน่ (Kitchen mint)
กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น ทำให้ความคิดแจ่มใส แก้ปวดหัว
17ชะพลู (Cha-plu)
รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง
18ชะอม (Cha-om)
ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ
19หัวปลี (Banana flower)
รสฝาด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนม มีกากใย โปรตีน และวิตามินซีสูง
20กระเทียม (Garlic)
ลดไขมันในเลือด ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท เหล็ก วิตามินซีสูง
21โหระพา (Sweet basil)
น้ำมันหอมระเหยทำให้โล่งจมูก ช่วยระบายลม มีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม
22ขิง (Ginger)
บรรเทาอาการหวัดเย็น ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
23ข่า (Galangal)
น้ำมันหอมระเหย ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
24 กระชาย (Wild ginger)
บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ มีวิตามินเอและแคลเซียม
25 ถั่วพู (Winged bean)
ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสาร ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว
26 ดอกขจร (Cowslip creeper)
กระตุ้นให้รู้รสอาหาร ให้พลังงานสูง ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน
27 ถั่วฝักยาว (Long bean)
มีเส้นใย ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก บำรุงเลือด
28 มะเขือเทศ (Tomato)
มีวิตามินเอสูง วิตามินซี รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และแก้อาการคอแห้ง
29 กะหล่ำปลี (White cabbage)
มีกลูโคซิโนเลท เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง และมีวิตามินซีสูง
30มะเขือพวง (Plate brush eggplant)
ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส
31ผักชี (Chinese paraley)
ขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย แก้หวัด มีวิตามินเอและซีสูง
32กุยช่าย (Flowering chives)
มีกากใยช่วยระบายของเสีย มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
33ผักกาดหัว (Chinese radish)
แก้ไอ ขับเสมหะ เพิ่มภูมิต้านทางโรค มีสารช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัวได้ดี
34 กะเพรา (Holy basil)
แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดได้
35 แมงลัก (Hairy basil)
ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ
36 ดอกแค (Sesbania)
กินแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีวิตามินเอสูง บำรุงสายตา

7 วิตามิน บำรุงสมองสำหรับ...สาวลดน้ำหนัก


นอกจากสาว ๆ จะต้องควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ทำสมาธิในการลดน้ำหนักแล้ว การใช้วิตามินก็เป็นตัวช่วยลด น้ำหนักได้ด้วย อีกทั้งยังเป็นการบำรุงสมองไปในตัว ซึ่งประกอบไปด้วย 7 วิตามินดังต่อไปนี้
1. วิตามินเอ
ควรกินเม็ดละ 10,000 IU หรือได้รับจากการทานอาหารธรรมชาติที่มีสารเรตินอล หรือเบต้าแคโรทีน เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ มะม่วงสุก มะละกอสุก และผักใบเขียว เป็นต้น
2. วิตามินซี
ควรกินเม็ดละ 500 มิลลิกรัม หรือจากอาหารธรรมชาติ จำพวกผักสด ผลไม้สด เช่น ส้ม สตอเบอร์รี่ กีวี ฝรั่ง พริก และมันฝรั่ง
3. วิตามินดี
ปริมาณที่เหมาะสมเม็ดละ 1,000 IU หรือกินได้จากอาหารธรรมชาติ จำพวกน้ำมันตับปลา ปลาทูน่า ปลาแซลมอน และปลาซาดีน
4. วิตามินอี
เม็ดละ 400 IU หรือกินได้จากอาหารธรรมชาติ จำพวกน้ำมันพืช จมูกข้าวสาลี ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดพืช
5. วิตามินบี 1
ควรกินประมาณ 100 มิลลิกรัม ถ้ารู้สึกว่าสมองยังมึนงงอยู่ให้กินครั้งละ 2 เม็ด หรือสามารถกินได้จากอาหาร ธรรมชาติ จำพวกเนื้อปลา ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ธัญพืชที่เสริมคุณค่า มันฝรั่ง ถั่วเปลือกแข็ง และถั่วเมล็ดแห้ง
6. วิตามินบี 6
ควรกินเสริม 1 เม็ด หรือสามารถกินได้จากอาหารธรรมชาติ จำพวกเนื้อปลา ขนมปังโฮลวีท ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง กล้วย ถั่วเหลือง
7. บีคอมเพล็กซ์ 1 เม็ด
สำหรับท่านที่ต้องการบำรุงสมองให้กินเล็กซิตินเข้าไปด้วยประมาณ 1 เม็ด

อย่างไรก็ตามวิตามินก็เป็นเพียงอีกตัวช่วยหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับการลดน้ำหนักอย่างได้ก็ยังต้องอาศัยการออก กำลังกาย การปรับเปลี่ยนการทานอาหาร และมีสมาธิอย่างตั้งใจนะคะ

ออกกำลังกายทุกๆวันแล้วสุขภาพก็จะแข็งแรง

>

You Belong With Me